[RE6 Fanfic] Newbie (3)

posted on 29 Apr 2013 21:21 by darkmegido in Fanfic directory Fiction
 
 
Title : Newbie
 
Pairing : Chris/Piers (Nivanfield)
 
Rate : PG
 
 
 
--------------------------------------------------------------



ประตูเหล็กบานใหญ่ถูกเหวี่ยงออกด้วยแรงถีบจนกระเด็นแผดเสียงลั่น ภายในเผยสภาพห้องรกร้างเละเทะ บนพื้นเต็มไปด้วยกองกระดาษที่กระจายว่อน โต๊ะเก้าอี้ล่มระเนระนาด และข้าวของถูกทิ้งกลาดเกลื่อน พลทหารแต่ละคนระมัดระวังในฝีเท้าของตนก้าวย่างเข้าไปอย่างเงียบงัน


ดวงไฟแผ่พุ่งเป็นสายสาดไปทั่วห้องตามการเคลื่อนไหวของปากกระบอกปืน สมาชิกแต่ละคนในทีมค่อยๆกระจายตัวกันออกสำรวจ จุดหมายคือบันไดหนีไฟที่อยู่หลังสุดของห้อง

หัวหน้าอัลฟ่าทีมเป็นผู้รั้งท้ายขบวนคอยคุ้มกันจากด้านหลัง ดวงตาสีเข้มตวัดมองไปทั่วตั้งแต่เพดานจรดพรมที่เปรอะเปื้อนด้วยคราบเลือดแห้งกรัง มือหนากระชับบนด้ามจับปืนคู่ใจแน่นขึ้น ก่อนเงี่ยหูฟังเสียงที่ผิดแปลกออกไป

ท่ามกลางเสียงรองเท้าส้นหนากระทบพื้นไม้ กลับแทรกด้วยเสียงลมหายใจผิดจังหวะ แม้แผ่วเบาแต่กลับกระทบโสตประสาทชัด

“หน้าต่าง!” หนึ่งในทีมโพล่งขึ้น คริสตวัดสายตามองเงาที่เคลื่อนไหวอยู่หลังผ้าม่าน ปลายแหลมคล้ายเขี้ยวสัตว์แทงทะลุกระจกจนแตกกระจาย ชายหนุ่มเหนี่ยวไกทันทีสกัดสิ่งมีชีวิตรูปร่างประหลาดให้ร่วงหล่นกลางอากาศก่อนจะพุ่งมาถึงตนในทันที

สัตว์คล้ายแมงมุม แต่กลับมีขนาดเทียบเท่าสุนัขโตเต็มที่ลงไปชักดิ้นชักงอกับพื้นก่อนนิ่งลง เขี้ยวคู่หน้ามีขนาดมหึมา ปลายขาหยุบหยับเรียวเหมือนตะขอ และท้ายลำตัวมีเหล็กในคล้ายผึ้ง บ่งบอกการกลายพันธุ์ที่ผิดปกติ

การกลายพันธุ์จากไวรัส

ไม่เพียงแค่ตัวเดียว พวกมันโผล่ออกมามากขึ้นเรื่อยๆ จากหน้าต่าง รูโหว่บนเพดาน กระทั่งประตูยังถูกดีดออก โดยมีสัตว์หน้าขนลุกขนพองแยกเขี้ยวรออยู่ กระสุนจากทุกปากกระบอกถูกเหนี่ยวออกไปทันทีโดยไม่ต้องออกคำสั่ง

‘กำจัด B.O.W’ คือเป้าหมายหลัก และเป้าหมายสูงสุดของทีม




“!” หัวหน้าทีมต้องชะงักถอยขณะกำลังออกตัววิ่งเมื่อจู่ๆB.O.W.ตัวหนึ่งห้อยหัวลงมาจากเพดาน ขาทั้งแปดแผ่ออกกว้างเตรียมฝังปลายแหลมเข้าร่างเหยื่อตรงหน้า หากแต่กลับมีลูกตะกั่วพุ่งทะลุใบหน้าของมันอย่างแม่นยำก่อนที่สัตว์ร้ายจะได้แผลงฤทธิ์ ร่างแมงมุมยักษ์ตกลงมากระตุกหงึกก่อนสลายกลายเป็นเถ้า

คริสเหลือบมองต้นตนเจ้าของกระสุน เพียร์ส นีวานส์ พลซุ่มยิงยกปืนขึ้นเล็งประทับตรงมา คอยเฝ้าระวังหัวหน้าของตนในทุกจังหวะ

หัวหน้าทีมชูนิ้วโป้งขึ้นแทนคำขอบคุณก่อนหันไปยิงสวนสัตว์ประหลาดที่พุ่งเข้ามาอีก

“เคลียร์!”

จนกระทั่งศัตรูตัวสุดท้ายล้มลง ระเบิดซีโฟร์ถูกติดตั้งบนประตูทางหนีไฟที่มีซากคอนกรีตทับก่อนจุดชนวน แรงปะทุทำลายสิ่งปรักหักพังที่ทับถมกระจายไป ก่อนที่สมาชิกในหน่วยสองสามคนก้าวลงบันไดไปอย่างรวดเร็ว

“ชั้นหนึ่งเคลียร์ สถานะศัตรูเป็นศูนย์”

“มุ่งหน้าไปที่จุดนับพบ เดี๋ยวนี้!” ผู้เป็นหัวหน้าตะเบ็งเสียงสั่งการทันที พร้อมการตอบรับอย่างแข็งขัน

“รับทราบ!”

พวกเขาเร่งฝีเท้าออกจากตัวตึก ทุกคนในทีมมุ่งตรงสู่ลานกว้างเบื้องหน้า แอ่งน้ำพุใหญ่ถูกทำลายจนน้ำเจิ่งนองทั่วพื้นก่อนพวกเขามาถึง โดยรอบเต็มไปด้วยซากชิ้นส่วนรถที่ย่อยยับจากการชน การปะทะ บางส่วนกลิ้งคะมำผิดรูปร่างกะเทาะพื้นลานจนหลุดร่อนไปด้วย

ทั้งทีมกระจายตัวสำรวจจนทั่ว ไม่มีสัญญาณอันตราย

“อัลฟ่าถึงHQ พวกเรามาถึงจุดนัดพบแล้ว”

รับทราบ กำลังส่งเฮลิคอปเตอร์ตรงไปรับพวกคุณเดี๋ยวนี้”



คริสละมือออกจากหูฟังวิทยุสื่อสาร สายตาชายหนุ่มทอดมองไปยังฟ้ามืดมิด มีเพียงแสงสลัวจากโคมไฟตามท้องถนนที่คอยให้ความสว่าง ทุกชีวิตในอัลฟ่าทีมคลายความตึงเครียดลงเมื่อภารกิจกำลังจะเสร็จสิ้น


“แจ๋ว กลับไปจะได้ฉลองซะที” หัวหน้าทีมหันไปมองต้นเสียงด้านหลังตน มาร์โก้ซึ่งเป็นมือระเบิดของทีมกำลังเดินทอดน่องไปทั่วลาน สองมือที่แบกปืนอยู่ปรับเปลี่ยนให้ลำกล้องพาดบ่าแทนสบายๆ

“กลับไปก็ต้องไปรายงานภารกิจอยู่ดี....” เพียร์สที่หันมามองเช่นเดียวกันเปรยออกมาเล็กน้อย สีหน้าของสไนเปอร์หนุ่มยังเคร่งขรึม สำรวมกิริยาแตกต่างจากคนอื่นๆที่เริ่มผ่อนคลายอิริยาบทบ้างแล้ว

“นั่นแหละน่า เสร็จงานก็ฉลองกันไม่เห็นยาก รู้ไหม ไอ้แมงมุมบ้านั่นล่อฉันซะเกือบหมดแม็ก ดีว่าหัวหน้าช่วยไว้ได้ทัน”

“คงต้องขอบใจนีวานส์ ถ้าไม่ช่วยฉันไว้ ฉันก็คงช่วยนายไม่ทันเหมือนกันนั่นแหละมาร์โก้” หัวหน้าอัลฟ่าเอ่ยตอบพลางยักไหล่ก่อนที่เอื้อมมือหนาประทับลงบนไหล่ของลูกทีมข้างกาย

“วันนี้ทำได้ดีนี่” เพียร์สรู้สึกได้ถึงน้ำหนักที่กดลงบนบ่าตัวเอง ชายหนุ่มหันมองสีหน้าหัวหน้าตน อีกฝ่ายยักคิ้วให้เขาและระบายยิ้มมุมปาก  ใบหน้าของมือปืนหนุ่มเหมือนจะร้อนขึ้นมากะทันหัน

“เป็นหน้าที่ของผมอยู่แล้วครับ” เขาเอ่ยตอบเบาๆก่อนเบือนหน้าก้มลงมองพื้น ทั้งที่ใจกำลังเต้นตุบโลดโผนอย่างหนัก น่ากลัวว่าจะเต้นแรงจนคนข้างๆได้ยินไปด้วย

“ฮันแน่.......” มาร์โก้ฉวยจังหวะแซวทันทีที่เห็นเพื่อนร่วมทีมลอบยิ้มอยู่เบื้องหลัง เพียร์สปราดตาแหลมคมพิฆาตกลับก่อนตรงเข้าไปประเคนหมัดเข้ากลางท้องอีกฝ่ายอย่างจัง ต่อหน้าผู้บัญชาการที่ได้แค่ยืนมองอย่างงุนงงไม่รู้เรื่อง และคนอื่นๆในทีมที่ส่งเสียงหัวเราะเมื่อมือระเบิดหนุ่มทรุดลงกองกับพื้น

“เอาล่ะหนุ่มๆ ไว้ไปเล่นที่ค่ายเถอะ เตรียมตัวกลับกันได้แล้ว” แสงไฟปรากฎขึ้นพร้อมเสียงใบพัดเครื่องจักรที่ดังแว่วตามมาทำให้ทุกคนเงยหน้าขึ้นมองบนฟ้ามืด เฮลิคอปเปอร์ของบีเอสเอเอกำลังตรงมายังจุดพวกเขาที่อยู่ แต่กลับบินโฉบไปอีกทาง

พร้อมกระสุนขนาดใหญ่ที่พุ่งเฉี่ยวท้ายเครื่องไปเพียงนิดเดียว สีหน้าของคนในทีมเปลี่ยนไปทันที



HQถึงอัลฟ่า เราตรวจพบผู้ก่อการร้ายที่เหลืออยู่พร้อมอาวุธหนักต้านอากาศยาน เดลต้าทีมยังนำเฮลิคอปเปอร์ลงจอดไม่ได้จนกว่าพวกคุณจะต้านกำลังผู้ก่อการร้ายออกไป”


“รับทราบ ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของพวกเราเอง ทุกคนกระจายกำลัง เดี๋ยวนี้!” หลังรับฟังภารกิจสุดท้ายคริสเร่งตะเบ็งเสียงทันที ลูกทีมทุกคนกระจายตัวเข้าที่กำบังในแต่ละจุดอย่างรวดเร็วขณะผู้ก่อการร้ายในเงามืดเริ่มเผยตัวออกมา เสียงปืนดังขึ้นอย่างอึกทึกท่ามกลางการปะทะกันของทั้งสองฝ่าย


“อาร์พีจี! หาที่คุ้มกันเร็ว!”

“ก้มหัวลงซะ ระวังสไนเปอร์!”

“มาร์โก้ หาทางสกัดกำลังเสริมด่วน แอนดี้ คุ้มกันให้มาร์โก้ด้วย” คริสขบฟันแน่นขึ้นเมื่อสถานการณ์เริ่มตึงมือ นอกจากศัตรูที่อยู่รายรอบแล้วยังมีกองกำลังตามมาสมทบอย่างต่อเนื่อง นอกเหนือจากผู้ที่ได้รับคำสั่งโดยตรง คนที่เหลือระดมยิงใส่ฝ่ายปรปักษ์อย่างต่อเนื่อง ปลอกกระสุนเปล่าร่วงกราดถูกกลบด้วยเสียงระเบิดดังลั่น

“HQ พวกเราโดนโจมตีอย่างหนัก ศัตรูมีจำนวนมากกว่าที่หน่วยเราจะต้านไหว ขอทำการล่าถอยด่วน!” หัวหน้าทีมทำการติดต่อกลับไปยังศูนย์บัญชาการทันทีเมื่อเห็นว่าศัตรูอีกหลายคันรถกำลังมุ่งตรงมายังลานกว้าง

"ทราบแล้ว ขอให้พวกคุณถอยร่นกลับไปที่เอซออฟฮาร์ตเดี๋ยวนี้”  

“ระเบิดคงช่วยชะลอพวกนั้นพอให้เราหนีทัน มาร์โก้ ติดตั้งเสร็จแล้วให้สัญญาณด้วย”


“รับทราบ!”

สิ้นเสียงนับถอยหลัง ระเบิดเวลาที่ถูกติดตั้งบริเวณฐานตึกก็ทำงานทันที ตึกคอนกรีตถล่มลงมาทับป้อมปืนอีกฟากอย่างพอดิบพอดีขณะฝุ่นควันคลุ้งกระจายในอากาศบดบังทัศนียภาพผู้ก่อการร้ายเปิดช่องทางให้อัลฟ่าทีมสามารถล่าถอยได้ชั่วคราว

“ทุกคนไปที่เอซออฟฮาร์ต เร็วเข้า!” คริสเร่งให้ลูกทีมแต่ละคนออกวิ่งไปทันทีขณะกวาดสายตาตรวจดูเป็นครั้งสุดท้าย เขาเบิกตาขึ้นเมื่อพบหนึ่งในลูกทีมที่ทรุดอยู่หลังซากรถไม่ขยับเขยื้อนหลังม่านหมอกควัน ชายหนุ่มวิ่งตรงไปสอดร่างให้แขนของร่างที่บาดเจ็บพาดบนบ่าตัวเองแล้วออกแรงพยุงกึ่งวิ่งออกจากจุดปะทะทันที

“หัวหน้า ไปเถอะครับ ผมจะทำให้คุณช้าลง!” เพียร์สที่ถูกยิงได้รับบาดเจ็บบริเวณน่องร้องขึ้นทันที รอยขาดที่ขากางเกงเผยให้เห็นแผลฉกรรจ์ มือปืนหนุ่มต้องกัดฟันกลั้นความเจ็บปวดที่แล่นไปถึงข้อเท้าเมื่อตนถูกหัวหน้าทีมลากไปยังบริเวณที่เฮลิคอปเตอร์จอดรออยู่อีกไม่ไกล

“หน้าที่ของฉันคือทำให้ทุกคนกลับไป ไม่มีใครถูกทิ้งไว้ทั้งนั้น” ไม่ว่าจะห้ามซักเท่าใด หัวหน้าอัลฟ่าก็ยังคงยืนยันคำเดิม พลปืนหนุ่มรู้สึกถึงแขนที่สอดคอยพยุงตนเองอยู่กระชับแน่นขึ้น ร่างของเขาถูกพามาใกล้ถึงจุดหมายมากขึ้นทุกที ท่ามกลางเสียงตะโกนร้องเรียกของคนที่เหลือ ลูกทีมที่ไปถึงก่อนหน้าเริ่มยิงสกัดศัตรูที่ตามมา

“เร็วเข้า! ก่อนที่พวกมันจะตามมา!”

“ใกล้แล้วนีวานส์ อดทนหน่อย” เสียงของชายหนุ่มดังก้องในหูอีกฝ่าย แม้จะรู้ดีว่าการเคลื่อนไหวกะทันหันส่งผลแผลกระทบกระเทือนมากขึ้นแต่เขาไม่มีทางเลือก คริสทำได้เพียงฝืนลากลูกทีมของตนไปเรื่อยๆ เลือดไหลออกจากบาดแผลไม่หยุด สร้างความเจ็บปวดที่ทำให้ระยะทางอีกไม่กี่เอื้อมก่อนถึงเฮลิคอปเตอร์ดูเหมือนยาวไกลในสายตาของพลทหารบาดเจ็บ


“รับที!” คริสงัดแขนช้อนร่างทหารหนุ่มขึ้นไป เพื่อส่งต่อให้หน่วยพยาบาลรับอีกฝ่ายไป ฮ.ที่ติดเครื่องรออยู่ก่อนหน้าพร้อมออกตัวทันที

หากแต่ร่างของหัวหน้าทีมกลับกระตุกเฮือก เสื้อกันกระสุนถูกทะลวงพร้อมกับที่ชายหนุ่มทรุดลง กระสุนยาวฝังเข้าที่แผ่นหลังอย่างจังจนเขาสลบไปทันที ดวงตาของเหยี่ยวหนุ่มเบิกกว้างมองผู้เป็นหัวหน้าล้มลงต่อหน้าต่อตา ท่ามกลางเสียงหวีดร้องโกลาหลของทุกคน

“คริส!!”



--------------------------------------------------------------



เปลือกตาหนักอึ้งกระตุกแผ่ว เสียงกรีดเบาๆของเครื่องวัดชีพจรดังแว่วในหูของชายหนุ่มที่เริ่มได้สติกลับคืนมา คริสลืมตาขึ้นช้าๆมองเพดานขาวที่ปรากฎเบื้องหน้าท่ามกลางทัศนวิสัยที่ยังเลือนลาง ร่างกายแข็งทื่อส่งผลให้เขาทำได้เพียงนอนนิ่งๆบนเตียง พยายามรำลึกเหตุการณ์ก่อนหน้า


เขากำลังส่งลูกน้องที่บาดเจ็บขึ้นเฮลิคอปเตอร์ และหลังจากนั้นเขาก็จำอะไรไม่ได้อีก


“หัวหน้า คุณฟื้นแล้ว!” เสียงร้องข้างเตียงทำให้เขาเหลือบสายตาไปมองโดยอัตโนมัติ จึงพบร่างของพลระเบิดในทีมที่นั่งเฝ้าอยู่ในห้องมานานเท่าไหร่ไม่อาจรู้ได้ลุกพรวดจากเก้าอี้ขึ้นมาหา


“มาร์โก้.......อึก” เมื่อฝ่ายหัวหน้าลองขยับตัวขึ้นก็ต้องชะงักไป ความเจ็บแปลบที่ช่องท้องไล่ลามไปทั่วร่างจนลูกทีมต้องดันให้เขานอนลงอีกครั้ง


เขาจำได้แล้ว เขาถูกยิงจนสลบไป


“อย่าเพิ่งขยับเลยครับ แผลดูท่าจะยังไม่ปิดสนิทดีด้วยซ้ำ”


“คนอื่นๆล่ะ?”


“แยกย้ายไปพักผ่อนครับ” มาร์โก้ละมือออกมาจากหัวหน้าตนปล่อยให้อีกฝ่ายนอนอยู่ท่าเดิมก่อนแจ้งข้อมูลเพิ่มเติม “คุณสลบไปสองวันหลังภารกิจจบครับ”


“งั้นเหรอ....ทุกอย่างเรียบร้อยดีสินะ” คริสผ่อนหายใจบ่งบอกความโล่งอกออกมาเล็กน้อย ก่อนที่สีหน้าจะกลับมาตึงเครียดอีกครั้งเมื่อนึกถึงพลทหารบาดเจ็บที่ตัวเองช่วยออกมาในตอนนั้น “นีวานส์ล่ะ อาการเป็นยังไงบ้าง?”


“ปลอดภัยเหมือนกันครับ งั้นเดี๋ยวผมไปตามคนอื่นๆก่อน”




ไม่นานนักหลังจากที่มาร์โก้ออกจากห้องไป อัลฟ่าทีมทั้งหมดก็พร้อมใจกันกรูเข้ามาในห้องต่างยืนล้อมเตียงผู้เป็นหัวหน้า บางคนหอบหิ้วของเยี่ยมเล็กๆน้อยๆมาด้วย ทุกคนต่างแย่งกันถามสภาพปัจจุบันเป็นการใหญ่ แม้จะถูกนางพยาบาลเข้ามาปรามเรื่องเสียงดังเอะอะก็ตาม


ยกเว้นเพียร์สคนเดียวที่ยังคงไม่ปรากฎตัว


“เดี๋ยว มาร์โก้” เขาส่งเสียงเรียกลูกน้องที่ยืนอยู่ใกล้ที่สุดขณะคนอื่นๆเริ่มทยอยออกจากห้องไปหลังเยี่ยมอาการหัวหน้าทีมเสร็จเป็นที่เรียบร้อย “ถ้านีวานส์มาที่นี่ไหว เรียกมาพบฉันที”


“ครับผม” อีกฝ่ายยกมือขึ้นตะเบ๊ะนิดๆอย่างเป็นเอกลักษณ์ก่อนกุลีกุจอออกจากห้องตามคนอื่นไป ทิ้งคริสไว้กับนางพยาบาลส่วนตัวที่รอเข้ามาแจ้งอาการและตรวจดูสายน้ำเกลือ




“........หัวหน้าครับ”


เสียงคุ้นเคยดังขึ้นพร้อมกับบานประตูที่ถูกแง้มออกช้าๆ พลซุ่มยิงหนุ่มโผล่หน้าเข้ามาในห้องด้วยทีท่าระแวดระวัง  คริสมองการกระทำของอีกฝ่ายด้วยสีหน้าสงสัย


“นีวานส์? เข้ามาก่อนสิ”


ทหารหนุ่มเผยสีหน้าลังเลก่อนดันประตูออกกว้างขึ้น แขนข้างหนึ่งจับประตูประคองไว้ขณะที่อีกข้างใช้ไม้ค้ำพยุงร่างตัวเองเข้ามา เมื่อนางพยาบาลเห็นเข้าก็ตรงไปช่วยพามาที่เก้าอี้ทันที


“ฉันว่าฉันบอกมาร์โก้แล้วนะว่าถ้า‘ไหว’ถึงค่อยมา....” คริสก้มมองเฝือกที่ห่อหุ้มน่องขวาของอีกฝ่ายด้วยสีหน้าจนใจ


“ผมไม่เป็นไรครับหัวหน้า เผื่อคุณมีเรื่องสำคัญ”


“........เป็นอะไรรึเปล่านีวานส์?” ผู้เป็นหัวหน้าสังเกตได้ถึงทีท่าที่เปลี่ยนไปของลูกทีม อีกฝ่ายพยายามหลบสายตาเขาระหว่างการสนทนาอย่างเห็นได้ชัด น้ำเสียงของพลปืนหนุ่มที่ตอบกลับมาไม่หนักแน่นเหมือนเคย


“เปล่าครับ.......” เพียร์สลอบมองร่างที่นอนอยู่บนเตียงก่อนเบือนสายตาออกไปอีกครั้ง ใบหน้าของทหารหนุ่มฉาบเคลือบด้วยความลังเล “ผมไม่ได้เป็นอะไร”


“แล้วทำไมถึงทำท่าแบบนั้น? หันมาตรงๆสิ”


ผู้เป็นลูกน้องไม่อาจขัดคำสั่งได้จำต้องแหงนใบหน้าขึ้นสบกับหัวหน้าตน ดวงตาหลุกหลิกไปมาราวกับหาที่จับจดไม่ได้


“......คุณไม่น่าทำแบบนั้นเลย” ในที่สุดเสียงเบาค่อยๆเอ่ยขึ้นอีกครั้ง


“แบบไหน?”


“ถ้าคุณไม่ลากผมออกมา คุณอาจจะไม่ถูกยิง” คริสถึงกับถอนหายใจออกมาพลางหรี่ตามองอีกฝ่ายที่นั่งหดตัวอยู่บนเก้าอี้ข้างเตียง เขาหันไปบอกกับพยาบาลเพื่อขอเวลาส่วนตัวซักครู่ หล่อนพยักหน้าเล็กน้อยแม้จะไม่เต็มใจนักก่อนก้าวออกจากห้องไป


“ฉันคิดว่าฉันบอกนายไปแล้วนะ ว่าจะไม่มีใครถูกทิ้งไว้ข้างล่าง ไม่ว่าสถานการณ์จะแย่ขนาดนั้นก็ตาม”


“ยังไงคุณก็ไม่ควรเสี่ยงตัวเองขนาดนั้น”


“ฉันขอยืนยันคำเดิม ไม่ว่านายหรือฉัน พวกเราทุกคนในทีมมีบทบาทสำคัญด้วยกันทั้งหมด และไม่มีใครเป็นตัวตายตัวแทนได้ และฉันจะทำทุกอย่างเพื่อให้แน่ใจว่าพวกเราทุกคนจะได้กลับมา”


“..............” เพียร์สทำได้เพียงก้มหน้ารับคำของอีกฝ่าย แม้คำพูดเหล่านั้นจะช่วยบรรเทาแต่ความรู้สึกผิดยังคงเกาะกินชายหนุ่มอยู่


ภาพที่ชายผู้เป็นที่เคารพยิ่งถูกยิงต่อหน้าต่อตาตนเอง โดยที่เขาไม่อาจช่วยเหลือได้ทันยังคงติดตรึงในความคิด


ร่างของพลปืนไหวเล็กน้อยเมื่อรู้สึกถึงน้ำหนักที่กดทับลงบนบ่า เขาเงยหน้าขึ้นเล็กน้อยจึงพบแววตาจริงจังของอีกฝ่าย


“พวกเราทุกคนคือทีม จะขาดใครไปไม่ได้ทั้งนั้น จำไว้เพียร์ส”


เมื่อถูกเรียกด้วยชื่อที่แท้จริง ทำให้เพียร์สต้องพยักหน้ารับอีกฝ่ายโดยดุษณีทันที


ไม่ว่าเมื่อไหร่เขาก็ไม่อาจขัดคำสั่งของชายตรงหน้าได้


ไม่ว่าเมื่อใดก็ตาม


“....รับทราบครับ”


“ว่าแต่ขานั่นเป็นอะไรมากรึเปล่า” หัวหน้าอัลฟ่าค่อยคลายมือออกจากไหล่ลูกทีมหลังเริ่มรู้สึกว่าตนเองอาจจะคุกคามพื้นที่ส่วนตัวของอีกฝ่ายมากเกินไป สายตาจรดลงมองยังเฝือกที่หุ้มขาอีกฝ่ายอยู่ด้วยสายตาสังเกตการณ์


“แค่กระดูกแตกนิดหน่อยน่ะครับ ดามเฝือกไว้ไม่นานก็คงหาย คุณต่างหาก ห่วงตัวเองก่อนดีกว่า” มือสไนเปอร์ย่นคิ้วนิดๆเมื่อเห็นอีกฝ่ายฝืนยันร่างตัวเองขึ้นมาจากเตียงนอน ซึ่งสุดท้ายก็ทำอะไรไม่ได้ไปมากกว่าขยับตัวขึ้นสองสามทีก่อนฟุบลงไปตามเดิม


“แค่นี้ทำอะไรฉันไม่ได้หรอก สบายมาก” แม้จะพยายามลองอยู่หลายรอบ แต่เมื่อผลออกมาเหมือนเดิมคริสจึงล้มเลิกความพยายาม นอนแผ่อยู่ที่เดิม


“นอนไปเถอะครับ อย่าเพิ่งลุกขึ้นมาเลย”


.
.
.

บรรยากาศอึมครึมเริ่มเข้าครอบงำช่องว่างระหว่างทั้งคู่เมื่อทั้งสองต่างไม่รู้ว่าควรจะพูดอะไร ได้แต่ปล่อยให้เสียงเครื่องวัดชีพจรที่ดังเป็นระยะทำลายความเงียบที่เริ่มก่อตัว


“........ขอบคุณนะครับหัวหน้า” คริสหันกลับไปมองเมื่อได้ยินเพียร์สโพล่งขึ้นมา


“เรื่องอะไร?”


“ที่ช่วยผมออกมาจากที่นั่น” ทหารอาวุโสอดแย้มยิ้มออกมาไม่ได้เมื่อได้รับคำตอบ


“ด้วยความยินดี และจะยินดีมากด้วยถ้านายช่วยเอางานเอกสารของฉันในช่วงนี้ไปทำเป็นการตอบแทน”


“เรื่องนั้นไม่เกี่ยวกันนะครับ.....” คำเบี่ยงบ่ายของเพียร์สทำให้คริสโอดครวญขึ้นมาทันที เรียกยิ้มจากฝ่ายมือปืนออกมาเล็กน้อย ไม่ทันที่จะได้พูดอะไรต่อ นางพยาบาลคนเดิมก็เดินกลับเข้ามาพร้อมแจ้งว่าหมดเวลาเยี่ยมแล้ว


“ถ้าอย่างนั้นผมขอตัวก่อนนะครับหัวหน้า” ไม่ทันที่เพียร์สจะได้ทำความเคารพ ผู้เป็นหัวหน้าก็ถูกพยาบาลสาวตรงเข้ามาจับตรวจโน่นตรวจนี่ทันทีทันใด เขาได้แต่ส่ายหน้ายิ้มๆมองสีหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออกของคริสขณะต้องเผชิญกับพยาบาลสาวที่หยิบเข็มฉีดยาเล่มโตขึ้นมา


“เอกสารอยู่บนโต๊ะใช่ไหมครับ? ผมจะได้ไปเอา”


“หืม? ไม่ต้องก็ได้ ไว้ออกจากที่นี่แล้วเดี๋ยวฉันกลับเข้าไปเช็คเอง นายเองก็ยังไม่หายดีไม่ใช่เหรอ กลับไปพักผ่อนเถอะ”


“ผมถูกยิงที่ขานะครับไม่ใช่ที่แขน ยังพอเขียนงานได้บ้าง อีกอย่างเท่าที่ผมจำได้ คุณทิ้งซองค้างเติ่งไว้บนโต๊ะจนเดดไลน์เหลืออยู่แค่อีกสัปดาห์นะครับ และคุณคงไม่หายภายในสองสามวันนี้แน่ ผมจัดการเอง” ทหารหนุ่มใต้บัญชาการหลุดร่ายยาวออกมาขณะหรี่ตามองหัวหน้าตนจอมผัดผ่อนงานเอกสารที่หลบสายตาสุดชีวิต เพียร์สยกมือขวาขึ้นแตะหัวคิ้วก่อนเปลี่ยนสีหน้าเคร่งขรึมเป็นรอยยิ้มอีกครั้ง “หายไวๆนะครับหัวหน้า”


คริสได้แค่ผ่อนหายใจกับชั้นเชิงของอีกฝ่าย ก่อนระบายยิ้มบางมองอีกฝ่ายหยิบไม้ค้ำหันหลังเดินออกจากห้องไป


“ฝากด้วยล่ะ ขอบใจมาก”



--------------------------------------------------------------
 
 
Ace of Heart แทนชื่อจุดนับพบค่ะ อิงมาจากในเกมโดยตรงเลย

ไม่คิดว่าจะมีคนอ่านด้วย ขอบคุณมากนะคะ YvY
 

 

Comment

Comment:

Tweet

เวลาคนอื่นเรียกหัวหน้าเราเฉยๆนะแต่พอน้องเพียรส์ใช้เวลาเรียกพี่หมีมั้ง ทำไมความรู้สึกมันต่างกันเช่นนี้ เหมือนอะไรมันสป๊าค คิดถึงในเกมส์ เสียงน้องเพียรส์เรียก\"Captain\" ฟิน~
กร๊ากกกกก น้องเพียรส์อย่างโหด มาร์โก้แซวแค่ฮั่นแน่เองนะลูก 
ปลื้มในตัวพี่หมี \"จะไม่มีใครถูกทิ้งทั้งนั้น\" (คิดถึงฉากในเกมส์บนสะพานเลย)
พี่หมีจะรู้ตัวไหมน่ะว่านี่เป็นครั้งแรกที่เรียกน้องเพียรส์ด้วยชื่อจริง แล้วน้องเพียรส์ตั้งใจฟังหรือเปล่าเนี่ย
ชอบที่ดำเนินเรื่องไปเรื่อยๆแบบนี้จังคะ แต่ก็อดลุ้นไม่ได้ว่าเมื่อไรที่พี่หมีเราจะรู้ตัวว่าตกหลุมรักน้องเพียรส์ 
จะรอตอนที่สี่อย่างใจจดใจจ่อนะคะ อยากให้รู้นะคะว่ารออ่าน(ออดอ้อน)
และนี่จะเป็นฟิคยาวหรือเปล่าคะ? (แอบหวังว่าขอให้ใช่ทีเถิด) 
ขอบคุณมากคะสำหรับฟิค
ขอเม้าส์หน่อยน้า ช่วงนี้เราก็กำลังติดฟิคนอกอยู่เลยคะ หมดพลังงานไปเยอะมากกับศัพท์ทั้งหลาย ตามเสพอยู่หลายเรื่อง ที่โดนจังๆยิ่งกว่าติดสตันเลยคือ เรื่องgrow upคะ โฮกกกก ให้อารมณ์แบบ อ่านไปยิ้มไป อยากจะเม้าส์ตอนต่อตอนเลย ยิ่งเปิดเพลงตามในฟิคอ่านไปด้วยยิ่งได้อารมณ์สองเท่า คิดว่าคุณต้องได้อ่านแน่เพราะฟิคไทยไม่มีให้เสพ(เศร้าใจที่สุด) เราก็เสพที่คุณแต่งเอา ขอบคุณจากใจเลยคะที่แต่งฟิคคู่นี้^^
เรื่อง he loves me ก็ติด จั่วหัวไว้ว่าเจคxเพียรส์ แต่เราแอบเชียร์พี่หมี 555(หัวเราะแบบสะใจ) 
ที่จริงอยากเม้าส์เยอะกว่านี้นะคะแต่เขินยังไงไม่รู้ พล่ามคนเดียวตามใจฉันในบล็อคของคุณซะงั้น 
สุดท้ายนี้ก็ขอบคุณอีกครั้งสำหรับฟิคน่ารักๆนะคะ

#4 By exist (103.7.57.18|49.48.180.70) on 2013-05-17 00:34

แหมเวลาลุงไม่เรียกเพียร์ด้วยชื่อจริงนี่มันจั๊กจี้ยังไงไม่รู้แหะ แอร๊ย รักคู่นี้~ XD

#3 By - MoNo on 2013-05-01 19:29

เมื่อวานไม่ทันเม้นท์...เสียใจ
มาลงชื่ออ่านเป็นรอบที่สามก่ะ(?) นุ้งเพียร์สทำตัวน่าก๊าวขึ้นทุกที
ปล.เราอยากเห็นบทคู่นั้น..
ปลล.เบลอปล.ข้างบนไปซะ//แล้วจะพิมพ์ทำไม

#2 By AkiyaS on 2013-05-01 02:39

เข้ามายืนยันว่าเพียรส์โอตาคุเพ่คริสค่ะ....
//โดนชก

Categories