[RE6 Fanfic] Newbie (3)

posted on 29 Apr 2013 21:21 by darkmegido in Fanfic directory Fiction
 
 
Title : Newbie
 
Pairing : Chris/Piers (Nivanfield)
 
Rate : PG
 
 
 
--------------------------------------------------------------



ประตูเหล็กบานใหญ่ถูกเหวี่ยงออกด้วยแรงถีบจนกระเด็นแผดเสียงลั่น ภายในเผยสภาพห้องรกร้างเละเทะ บนพื้นเต็มไปด้วยกองกระดาษที่กระจายว่อน โต๊ะเก้าอี้ล่มระเนระนาด และข้าวของถูกทิ้งกลาดเกลื่อน พลทหารแต่ละคนระมัดระวังในฝีเท้าของตนก้าวย่างเข้าไปอย่างเงียบงัน


ดวงไฟแผ่พุ่งเป็นสายสาดไปทั่วห้องตามการเคลื่อนไหวของปากกระบอกปืน สมาชิกแต่ละคนในทีมค่อยๆกระจายตัวกันออกสำรวจ จุดหมายคือบันไดหนีไฟที่อยู่หลังสุดของห้อง

หัวหน้าอัลฟ่าทีมเป็นผู้รั้งท้ายขบวนคอยคุ้มกันจากด้านหลัง ดวงตาสีเข้มตวัดมองไปทั่วตั้งแต่เพดานจรดพรมที่เปรอะเปื้อนด้วยคราบเลือดแห้งกรัง มือหนากระชับบนด้ามจับปืนคู่ใจแน่นขึ้น ก่อนเงี่ยหูฟังเสียงที่ผิดแปลกออกไป

ท่ามกลางเสียงรองเท้าส้นหนากระทบพื้นไม้ กลับแทรกด้วยเสียงลมหายใจผิดจังหวะ แม้แผ่วเบาแต่กลับกระทบโสตประสาทชัด

“หน้าต่าง!” หนึ่งในทีมโพล่งขึ้น คริสตวัดสายตามองเงาที่เคลื่อนไหวอยู่หลังผ้าม่าน ปลายแหลมคล้ายเขี้ยวสัตว์แทงทะลุกระจกจนแตกกระจาย ชายหนุ่มเหนี่ยวไกทันทีสกัดสิ่งมีชีวิตรูปร่างประหลาดให้ร่วงหล่นกลางอากาศก่อนจะพุ่งมาถึงตนในทันที

สัตว์คล้ายแมงมุม แต่กลับมีขนาดเทียบเท่าสุนัขโตเต็มที่ลงไปชักดิ้นชักงอกับพื้นก่อนนิ่งลง เขี้ยวคู่หน้ามีขนาดมหึมา ปลายขาหยุบหยับเรียวเหมือนตะขอ และท้ายลำตัวมีเหล็กในคล้ายผึ้ง บ่งบอกการกลายพันธุ์ที่ผิดปกติ

การกลายพันธุ์จากไวรัส

ไม่เพียงแค่ตัวเดียว พวกมันโผล่ออกมามากขึ้นเรื่อยๆ จากหน้าต่าง รูโหว่บนเพดาน กระทั่งประตูยังถูกดีดออก โดยมีสัตว์หน้าขนลุกขนพองแยกเขี้ยวรออยู่ กระสุนจากทุกปากกระบอกถูกเหนี่ยวออกไปทันทีโดยไม่ต้องออกคำสั่ง

‘กำจัด B.O.W’ คือเป้าหมายหลัก และเป้าหมายสูงสุดของทีม




“!” หัวหน้าทีมต้องชะงักถอยขณะกำลังออกตัววิ่งเมื่อจู่ๆB.O.W.ตัวหนึ่งห้อยหัวลงมาจากเพดาน ขาทั้งแปดแผ่ออกกว้างเตรียมฝังปลายแหลมเข้าร่างเหยื่อตรงหน้า หากแต่กลับมีลูกตะกั่วพุ่งทะลุใบหน้าของมันอย่างแม่นยำก่อนที่สัตว์ร้ายจะได้แผลงฤทธิ์ ร่างแมงมุมยักษ์ตกลงมากระตุกหงึกก่อนสลายกลายเป็นเถ้า

คริสเหลือบมองต้นตนเจ้าของกระสุน เพียร์ส นีวานส์ พลซุ่มยิงยกปืนขึ้นเล็งประทับตรงมา คอยเฝ้าระวังหัวหน้าของตนในทุกจังหวะ

หัวหน้าทีมชูนิ้วโป้งขึ้นแทนคำขอบคุณก่อนหันไปยิงสวนสัตว์ประหลาดที่พุ่งเข้ามาอีก

“เคลียร์!”

จนกระทั่งศัตรูตัวสุดท้ายล้มลง ระเบิดซีโฟร์ถูกติดตั้งบนประตูทางหนีไฟที่มีซากคอนกรีตทับก่อนจุดชนวน แรงปะทุทำลายสิ่งปรักหักพังที่ทับถมกระจายไป ก่อนที่สมาชิกในหน่วยสองสามคนก้าวลงบันไดไปอย่างรวดเร็ว

“ชั้นหนึ่งเคลียร์ สถานะศัตรูเป็นศูนย์”

“มุ่งหน้าไปที่จุดนับพบ เดี๋ยวนี้!” ผู้เป็นหัวหน้าตะเบ็งเสียงสั่งการทันที พร้อมการตอบรับอย่างแข็งขัน

“รับทราบ!”

พวกเขาเร่งฝีเท้าออกจากตัวตึก ทุกคนในทีมมุ่งตรงสู่ลานกว้างเบื้องหน้า แอ่งน้ำพุใหญ่ถูกทำลายจนน้ำเจิ่งนองทั่วพื้นก่อนพวกเขามาถึง โดยรอบเต็มไปด้วยซากชิ้นส่วนรถที่ย่อยยับจากการชน การปะทะ บางส่วนกลิ้งคะมำผิดรูปร่างกะเทาะพื้นลานจนหลุดร่อนไปด้วย

ทั้งทีมกระจายตัวสำรวจจนทั่ว ไม่มีสัญญาณอันตราย

“อัลฟ่าถึงHQ พวกเรามาถึงจุดนัดพบแล้ว”

รับทราบ กำลังส่งเฮลิคอปเตอร์ตรงไปรับพวกคุณเดี๋ยวนี้”



คริสละมือออกจากหูฟังวิทยุสื่อสาร สายตาชายหนุ่มทอดมองไปยังฟ้ามืดมิด มีเพียงแสงสลัวจากโคมไฟตามท้องถนนที่คอยให้ความสว่าง ทุกชีวิตในอัลฟ่าทีมคลายความตึงเครียดลงเมื่อภารกิจกำลังจะเสร็จสิ้น


“แจ๋ว กลับไปจะได้ฉลองซะที” หัวหน้าทีมหันไปมองต้นเสียงด้านหลังตน มาร์โก้ซึ่งเป็นมือระเบิดของทีมกำลังเดินทอดน่องไปทั่วลาน สองมือที่แบกปืนอยู่ปรับเปลี่ยนให้ลำกล้องพาดบ่าแทนสบายๆ

“กลับไปก็ต้องไปรายงานภารกิจอยู่ดี....” เพียร์สที่หันมามองเช่นเดียวกันเปรยออกมาเล็กน้อย สีหน้าของสไนเปอร์หนุ่มยังเคร่งขรึม สำรวมกิริยาแตกต่างจากคนอื่นๆที่เริ่มผ่อนคลายอิริยาบทบ้างแล้ว

“นั่นแหละน่า เสร็จงานก็ฉลองกันไม่เห็นยาก รู้ไหม ไอ้แมงมุมบ้านั่นล่อฉันซะเกือบหมดแม็ก ดีว่าหัวหน้าช่วยไว้ได้ทัน”

“คงต้องขอบใจนีวานส์ ถ้าไม่ช่วยฉันไว้ ฉันก็คงช่วยนายไม่ทันเหมือนกันนั่นแหละมาร์โก้” หัวหน้าอัลฟ่าเอ่ยตอบพลางยักไหล่ก่อนที่เอื้อมมือหนาประทับลงบนไหล่ของลูกทีมข้างกาย

“วันนี้ทำได้ดีนี่” เพียร์สรู้สึกได้ถึงน้ำหนักที่กดลงบนบ่าตัวเอง ชายหนุ่มหันมองสีหน้าหัวหน้าตน อีกฝ่ายยักคิ้วให้เขาและระบายยิ้มมุมปาก  ใบหน้าของมือปืนหนุ่มเหมือนจะร้อนขึ้นมากะทันหัน

“เป็นหน้าที่ของผมอยู่แล้วครับ” เขาเอ่ยตอบเบาๆก่อนเบือนหน้าก้มลงมองพื้น ทั้งที่ใจกำลังเต้นตุบโลดโผนอย่างหนัก น่ากลัวว่าจะเต้นแรงจนคนข้างๆได้ยินไปด้วย

“ฮันแน่.......” มาร์โก้ฉวยจังหวะแซวทันทีที่เห็นเพื่อนร่วมทีมลอบยิ้มอยู่เบื้องหลัง เพียร์สปราดตาแหลมคมพิฆาตกลับก่อนตรงเข้าไปประเคนหมัดเข้ากลางท้องอีกฝ่ายอย่างจัง ต่อหน้าผู้บัญชาการที่ได้แค่ยืนมองอย่างงุนงงไม่รู้เรื่อง และคนอื่นๆในทีมที่ส่งเสียงหัวเราะเมื่อมือระเบิดหนุ่มทรุดลงกองกับพื้น

“เอาล่ะหนุ่มๆ ไว้ไปเล่นที่ค่ายเถอะ เตรียมตัวกลับกันได้แล้ว” แสงไฟปรากฎขึ้นพร้อมเสียงใบพัดเครื่องจักรที่ดังแว่วตามมาทำให้ทุกคนเงยหน้าขึ้นมองบนฟ้ามืด เฮลิคอปเปอร์ของบีเอสเอเอกำลังตรงมายังจุดพวกเขาที่อยู่ แต่กลับบินโฉบไปอีกทาง

พร้อมกระสุนขนาดใหญ่ที่พุ่งเฉี่ยวท้ายเครื่องไปเพียงนิดเดียว สีหน้าของคนในทีมเปลี่ยนไปทันที



HQถึงอัลฟ่า เราตรวจพบผู้ก่อการร้ายที่เหลืออยู่พร้อมอาวุธหนักต้านอากาศยาน เดลต้าทีมยังนำเฮลิคอปเปอร์ลงจอดไม่ได้จนกว่าพวกคุณจะต้านกำลังผู้ก่อการร้ายออกไป”


“รับทราบ ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของพวกเราเอง ทุกคนกระจายกำลัง เดี๋ยวนี้!” หลังรับฟังภารกิจสุดท้ายคริสเร่งตะเบ็งเสียงทันที ลูกทีมทุกคนกระจายตัวเข้าที่กำบังในแต่ละจุดอย่างรวดเร็วขณะผู้ก่อการร้ายในเงามืดเริ่มเผยตัวออกมา เสียงปืนดังขึ้นอย่างอึกทึกท่ามกลางการปะทะกันของทั้งสองฝ่าย


“อาร์พีจี! หาที่คุ้มกันเร็ว!”

“ก้มหัวลงซะ ระวังสไนเปอร์!”

“มาร์โก้ หาทางสกัดกำลังเสริมด่วน แอนดี้ คุ้มกันให้มาร์โก้ด้วย” คริสขบฟันแน่นขึ้นเมื่อสถานการณ์เริ่มตึงมือ นอกจากศัตรูที่อยู่รายรอบแล้วยังมีกองกำลังตามมาสมทบอย่างต่อเนื่อง นอกเหนือจากผู้ที่ได้รับคำสั่งโดยตรง คนที่เหลือระดมยิงใส่ฝ่ายปรปักษ์อย่างต่อเนื่อง ปลอกกระสุนเปล่าร่วงกราดถูกกลบด้วยเสียงระเบิดดังลั่น

“HQ พวกเราโดนโจมตีอย่างหนัก ศัตรูมีจำนวนมากกว่าที่หน่วยเราจะต้านไหว ขอทำการล่าถอยด่วน!” หัวหน้าทีมทำการติดต่อกลับไปยังศูนย์บัญชาการทันทีเมื่อเห็นว่าศัตรูอีกหลายคันรถกำลังมุ่งตรงมายังลานกว้าง

"ทราบแล้ว ขอให้พวกคุณถอยร่นกลับไปที่เอซออฟฮาร์ตเดี๋ยวนี้”  

“ระเบิดคงช่วยชะลอพวกนั้นพอให้เราหนีทัน มาร์โก้ ติดตั้งเสร็จแล้วให้สัญญาณด้วย”


“รับทราบ!”

สิ้นเสียงนับถอยหลัง ระเบิดเวลาที่ถูกติดตั้งบริเวณฐานตึกก็ทำงานทันที ตึกคอนกรีตถล่มลงมาทับป้อมปืนอีกฟากอย่างพอดิบพอดีขณะฝุ่นควันคลุ้งกระจายในอากาศบดบังทัศนียภาพผู้ก่อการร้ายเปิดช่องทางให้อัลฟ่าทีมสามารถล่าถอยได้ชั่วคราว

“ทุกคนไปที่เอซออฟฮาร์ต เร็วเข้า!” คริสเร่งให้ลูกทีมแต่ละคนออกวิ่งไปทันทีขณะกวาดสายตาตรวจดูเป็นครั้งสุดท้าย เขาเบิกตาขึ้นเมื่อพบหนึ่งในลูกทีมที่ทรุดอยู่หลังซากรถไม่ขยับเขยื้อนหลังม่านหมอกควัน ชายหนุ่มวิ่งตรงไปสอดร่างให้แขนของร่างที่บาดเจ็บพาดบนบ่าตัวเองแล้วออกแรงพยุงกึ่งวิ่งออกจากจุดปะทะทันที

“หัวหน้า ไปเถอะครับ ผมจะทำให้คุณช้าลง!” เพียร์สที่ถูกยิงได้รับบาดเจ็บบริเวณน่องร้องขึ้นทันที รอยขาดที่ขากางเกงเผยให้เห็นแผลฉกรรจ์ มือปืนหนุ่มต้องกัดฟันกลั้นความเจ็บปวดที่แล่นไปถึงข้อเท้าเมื่อตนถูกหัวหน้าทีมลากไปยังบริเวณที่เฮลิคอปเตอร์จอดรออยู่อีกไม่ไกล

“หน้าที่ของฉันคือทำให้ทุกคนกลับไป ไม่มีใครถูกทิ้งไว้ทั้งนั้น” ไม่ว่าจะห้ามซักเท่าใด หัวหน้าอัลฟ่าก็ยังคงยืนยันคำเดิม พลปืนหนุ่มรู้สึกถึงแขนที่สอดคอยพยุงตนเองอยู่กระชับแน่นขึ้น ร่างของเขาถูกพามาใกล้ถึงจุดหมายมากขึ้นทุกที ท่ามกลางเสียงตะโกนร้องเรียกของคนที่เหลือ ลูกทีมที่ไปถึงก่อนหน้าเริ่มยิงสกัดศัตรูที่ตามมา

“เร็วเข้า! ก่อนที่พวกมันจะตามมา!”

“ใกล้แล้วนีวานส์ อดทนหน่อย” เสียงของชายหนุ่มดังก้องในหูอีกฝ่าย แม้จะรู้ดีว่าการเคลื่อนไหวกะทันหันส่งผลแผลกระทบกระเทือนมากขึ้นแต่เขาไม่มีทางเลือก คริสทำได้เพียงฝืนลากลูกทีมของตนไปเรื่อยๆ เลือดไหลออกจากบาดแผลไม่หยุด สร้างความเจ็บปวดที่ทำให้ระยะทางอีกไม่กี่เอื้อมก่อนถึงเฮลิคอปเตอร์ดูเหมือนยาวไกลในสายตาของพลทหารบาดเจ็บ


“รับที!” คริสงัดแขนช้อนร่างทหารหนุ่มขึ้นไป เพื่อส่งต่อให้หน่วยพยาบาลรับอีกฝ่ายไป ฮ.ที่ติดเครื่องรออยู่ก่อนหน้าพร้อมออกตัวทันที

หากแต่ร่างของหัวหน้าทีมกลับกระตุกเฮือก เสื้อกันกระสุนถูกทะลวงพร้อมกับที่ชายหนุ่มทรุดลง กระสุนยาวฝังเข้าที่แผ่นหลังอย่างจังจนเขาสลบไปท